คิดยังไง? สหรัฐฯ ระงับวีซ่า 75 ประเทศ
รวมไทยด้วย
เพราะกลัวเป็นภาระสวัสดิการรัฐ
US Visa Suspension: What the Jan 21 Order Means for Thai Travelers and Expats.
🇺🇸 เจาะลึก 75 ประเทศที่ถูกระงับวีซ่า: ทำไม ‘ไทย’ ถึงติดโผ และเราต้องทำอย่างไรต่อ?
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงรับต้นปี 2569 เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Trump 2.0) ประกาศสั่ง ระงับการพิจารณาวีซ่าใหม่ชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด สำหรับพลเมืองจาก 75 ประเทศทั่วโลก และที่น่าตกใจคือมีชื่อของ “ประเทศไทย” รวมอยู่ด้วย โดยคำสั่งนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อใครหลายคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกเบื้องหลังและทางออกของเรื่องนี้กันครับ
🔴 เกิดอะไรขึ้น? สรุปใจความสำคัญใน 3 บรรทัด
สหรัฐฯ สั่งหยุดออกวีซ่า ประเภทผู้อพยพ (Immigrant Visa) เป็นหลัก สำหรับ 75 ประเทศ เพื่อทบทวนกฎระเบียบ
เหตุผลหลักคือเพื่อสกัดกั้นผู้ที่อาจเข้ามาเป็น “ภาระของรัฐ” (Public Charge) หรือเข้ามาใช้สวัสดิการรัฐมากเกินไป
คำสั่งมีผล 21 มกราคมนี้ และยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาเปิดเมื่อไหร่
🤔 ทำไม ‘ประเทศไทย’ ถึงติดโผ 75 ประเทศนี้?
หลายคนสงสัยว่าไทยเป็นพันธมิตรที่ดีกับสหรัฐฯ มาตลอด ทำไมถึงโดนหางเลขไปด้วย? สาเหตุไม่ได้มาจากความขัดแย้งทางการเมืองโดยตรง แต่มาจากเหตุผลด้านนโยบายภายในของสหรัฐฯ ดังนี้:
นโยบาย “America First”: รัฐบาลทรัมป์ต้องการคัดกรองคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวดที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีอัตราการ “อยู่เกินกำหนด” (Overstay) หรือกลุ่มที่มองว่าอาจไม่มีศักยภาพทางการเงินเพียงพอที่จะดูแลตัวเองในสหรัฐฯ
การทบทวนเกณฑ์ Public Charge: สหรัฐฯ กำลังปรับมาตรฐานการวัดรายได้และทรัพย์สินของผู้สมัครใหม่ หากใครที่มีแนวโน้มว่าจะเข้าไปใช้ Food Stamps หรือสวัสดิการรักษาพยาบาลฟรี จะถูกคัดออกทันที ซึ่งไทยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องได้รับคัดกรองใหม่ตามมาตรฐานนี้
โดนเหมารวมในกลุ่ม Emerging Economies: นอกจากไทยแล้ว ยังมีประเทศอย่างบราซิล ไนจีเรีย และอียิปต์ ที่ติดโผนี้ด้วย ซึ่งสะท้อนว่าสหรัฐฯ กำลังเพ่งเล็งประเทศกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มักมีคนย้ายถิ่นฐานไปขุดทองในอเมริกา
⚠️ ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ?
จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด ผลกระทบจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มชัดเจน:
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก (Red Zone): * ผู้ที่กำลังจะยื่นขอ วีซ่าถาวร (Green Card) หรือวีซ่าติดตามครอบครัว
ผู้ที่มีนัดสัมภาษณ์หลังวันที่ 21 ม.ค. 2569 (มีโอกาสสูงที่จะถูกเลื่อนหรือยกเลิกนัดอัตโนมัติ)
กลุ่มที่ยังพอเบาใจได้ (Green Zone):
คนที่มีวีซ่าอยู่แล้ว: ยังสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ตามปกติ (แต่ต้องเตรียมตัวตอบคำถาม ตม. ให้ดีกว่าเดิม)
วีซ่าท่องเที่ยว/ธุรกิจ (B1/B2) และวีซ่านักเรียน (F1): ในบางรายงานระบุว่าเน้นไปที่วีซ่าผู้อพยพ (Immigrant) ก่อนเป็นอันดับแรก แต่อาจมีการชะลอการนัดสัมภาษณ์วีซ่าชั่วคราวบางประเภทเพื่อจัดการระบบใหม่
🛡️ เราต้องทำอย่างไรต่อ? (Action Plan)
หากคุณมีแผนจะไปสหรัฐฯ ในเร็วๆ นี้ นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ:
เช็กสถานะนัดหมาย: เข้าไปที่หน้าโปรไฟล์การจองกิวสัมภาษณ์ในระบบ
ustraveldocs.comเป็นระยะ หากถูกยกเลิก ระบบจะมีประกาศแจ้งเตรียมหลักฐานทางการเงินให้แน่น: หากระบบกลับมาเปิดใหม่ เกณฑ์เรื่อง “รายได้และทรัพย์สิน” จะโหดกว่าเดิมแน่นอน เตรียมเอกสารที่แสดงว่าคุณสามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่พึ่งรัฐ
อย่าเพิ่งรีบจองตั๋วเครื่องบิน/ที่พัก: หากยังไม่มีวีซ่าในมือ ให้ชะลอการจ่ายเงินก้อนใหญ่ไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะชัดเจน
ติดตามข่าวจาก Official เท่านั้น: อย่าหลงเชื่อข่าวลือในโซเชียล ให้ติดตามจากเว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐฯ ในประเทศไทย (
th.usembassy.gov)
